สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตร | ข่าวสารสมาคม
3
archive,paged,category,category-3,paged-22,category-paged-22,_masterslider,_msp_version_2.29.0,qode-quick-links-1.0,ajax_fade,page_not_loaded,,qode_grid_1300,footer_responsive_adv,qode-theme-ver-11.2,qode-theme-bridge,wpb-js-composer js-comp-ver-5.2.1,vc_responsive

ข่าวสารสมาคม

1 ศึกษาขั้นตอนการกู้และอัตราดอกเบี้ย เพราะแต่ละสถาบันการเงินก็จะมีสิทธิพิเศษให้กับผู้กู้ที่แตกต่างกันไปตาม ความเหมาะสมของแต่ละคน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยด้วย เพราให้เราสามารถผ่อนได้อย่างสบายที่สุด 2  ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ   ถือเป็นทางออกที่ดี ที่สุดไม่ว่าเรากังวลหรือมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องใดก็ควรหาผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาข้อสงสัยนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้ง การกู้ อัตราดอกเบี้ย หรือแม้แต่โครงสร้างและการตกแต่งของบ้าน เพื่อให้เราสามารถสบายใจได้ว่าเราจะไม่เลือกผิด 3 เลือกนายหน้าที่วางใจได้  เพราะนายหน้าคือผู้หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการซื้อบ้านตั้งแต่หาสถาบันการ เงิน เอกสาร ตัวบ้าน และสิ่งต่างๆทำให้คุณสะดวกและสบายในการเลือกซื้อบ้านมากยิ่งขึ้น แต่เราเองก็ควรเลือกนายหน้าจากสถาบันที่ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือได้เพราะ มิเช่นนั้นก็อาจเกิดปัญหากับนายหน้านำมาสู่การฟ้องร้องที่มีให้เห็นกันอยู่ มากในปัจจุบัน 4 วางแผนการ คร่าวๆ  โดยว่า จะเริ่มจากอะไร แล้วทำอะไรต่อ เช่น เริ่มจากหาบ้านสำรวจบ้านทำเลตอนไหน และต่อไปจะไปคุยกับสถาบันการเงินเมื่อไร จะมีการตกลงซื้อขายเมื่อไร เพราะให้ตัวเราเองไม่สับสนว่าจะทำอะไรก่อนหลังและไม่ต้องกังวล ว่าเมื่อตัดสินใจซื้อแล้วเราพลาดอะไรตรงไหนไปหรือไม่ 5 ค่อยๆคิดทบทวน อย่าด่วนใจร้อนตัดสินใจ ค่อนๆหาข้อมูลเปรียบเทียบ จากหลายๆที่ทั้งตัวบ้าน และ เรื่อสถาบันการกู้เงิน เพราะหากเรารีบตัดสินใจก่อนหาข้อมูลให้ดีแล้วจะเสี่ยงต่อปัญหาที่จะตามมาจาก บ้านที่เราซื้อแล้วอาจต้องเจ็บใจหากพบบ้านที่ถูกใจกว่าหรือมีสถาบันการเงิน ที่พร้อมจะยื่นข้อเสนอดีๆให้กับคุณมากกว่า ก็เป็นได้ อ่านต่อได้ที่ Facebook:...

1.       ด้านรายได้ ซึ่งหากเราพิจารณาจากรายได้ของแต่ละ บริษัทจะมี 3 บริษัทที่  มีรายได้เป็นอันดับต้นๆ คือ Italian-Thai , ช.การช่าง และ Sino-Thai ซึ่งอันดับ 1 ที่มีรายได้มากและสม่ำเสมอคือ Italian-Thai รองลงมาคือ ช.การช่าง และ Sino-Thai ซึ่งอาจมีรายได้ ที่เข้ามาไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าอันดับแรก แต่ก็คือว่ามีรายได้มากมาเป็นอันดับต้นๆ 2.       ด้านกำไรสุทธิ บริษัทที่มีความโดดเด่น คือ STP&I เพราะมีผลกำไรสุทธิถึง 19.62%  ในปี 2557 รองลงมาเป็น บริษัท Sino-Thai อยู่ที่ 7.62% แต่หากพิจารณาดูแนวโน้มแล้ว บริษัท Sino-Thai มีอัตราการผลกำไรสุทธิ ค่อนๆสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านๆมา เป็นไปได้ว่า อาจไต่ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 1 ในอนาคต ได้ไม่ยาก 3.       ด้านส่วนหนี้สินต่อทุน บริษัทที่มีการรักษาระดับหนี้สินต่อทุนได้ดีที่สุดคือ...

เพิ่งจะเป็นบัณฑิตป้ายแดงหรือเพิ่งได้งานทำหมาดๆ ยินดีด้วยค่ะกับการประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของชีวิต แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณมีความพร้อมในการแบกรับภาระจากซื้อบ้านหรอกนะ (ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณมีเงินมรดกมากพอหรือครอบครัวคุณยินดีซัพพอร์ตเงินใน ส่วนนี้) รอสัก 2 – 3 ปี เพื่อให้หน้าที่การงานคุณมีความมั่นคงมากกว่านี้ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ระหว่างนี้คุณก็ซ้อมเก็บเงินไปก่อนได้เลยจ้า ฟังคนอื่นมาว่ามันเป็นการลงทุนที่ดี ถูกต้องค่ะ การซื้อบ้านเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดอย่างหนึ่ง แต่มันจะเป็นการกระทำที่ฉลาดก็ต่อเมื่อคุณซื้อโดยมีความพร้อมเท่านั้น คุณต้องมีเสถียรภาพทางการเงินพอที่จะเป็นลูกหนี้ที่ดีของธนาคารได้ เพราะว่าการซื้อบ้านก็เหมือนดาบสองคมหากคุณลงทุนกับมันเมื่อคุณไม่มีความ พร้อม จากประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากมันก็จะเปลี่ยนเป็นจำนวนหนี้ที่ท่วมหัวไม่ รู้จักจบสิ้น ซื้อตามเพื่อน โบราณว่าไว้ “เห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง” อย่างที่บอกไปแล้วว่าการซื้อบ้านคือการแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพื่อนคุณอาจจะแบกไหว แล้วคุณล่ะแบกไหวรึป่าว? อย่าฝืนถ้ามันเกินกำลังของคุณ ...

แบรนด์ดัง Ralph Lauren คือบริษัทล่าสุดที่ประกาศเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ตามหลังแบรนด์ผู้ค้าปลีกอเมริกันอย่าง Macy’s, Nordstrom และ Walmart ยังมีผู้ค้ารายอื่นอย่าง Gap, Sears และ J.C. Penney ที่มีแผนปิดสาขาร้านค้าเพื่อลดต้นทุน ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าแบรนด์ค้าปลีกอเมริกันกำลังปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในยุคที่อีคอมเมิร์ซอเมริกันเบ่งบานเต็มที่ รายงานจาก CNN ระบุว่า Ralph Lauren ประกาศเลย์ออฟพนักงาน 1,200 ตำแหน่งเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือ 8% ของพนักงานฟูลไทม์ที่มีทั้งหมด โดยข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯระบุว่า อดีตพนักงาน Ralph Lauren เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของบุคลากร 13,000 ตำแหน่งที่ถูกเลิกจ้างจากร้านค้าเสื้อผ้าและสินค้าเสริม (clothing and clothing accessories stores) ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สถิติเหล่านี้สะท้อนว่า ร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้าดั้งเดิมในสหรัฐฯกำลังเสื่อมความนิยมลงอย่างชัดเจนในช่วงปีนี้ โดยตัวเลขพนักงานที่ถูกเลย์ออฟ 13,000 ตำแหน่งนั้นเป็นส่วนใหญ่เมื่อมองในภาพรวม 38,000...

โครงการบ้านประชารัฐส่อแววเดี้ยง เอกชนประสานเสียงยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง “พฤกษา”ชี้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนยังหลอน แอล.พี.เอ็น.เผยลูกค้ากลุ่มลูกจ้างยอดปฏิเสธสินเชื่อ100% “เสนา”แนะปรับเกณฑ์ยื่นกู้ หวังขยายกลุ่มลูกค้า ด้าน 2 แบงก์รัฐส้มหล่นหนุนสินเชื่อบ้านขยายตัว ธ.ออมสินเสนอคลังแก้เกณฑ์ยื่นกู้บ้านประชารัฐ ฟากธอส.พร้อมเสนอผลิตภัณฑ์บ้านทางเลือกหากคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์ ส่วนหนึ่งของบริษัทอสังหาฯรายใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบกรอบการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 โดยการให้สถาบันการเงินภาครัฐ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่อยู่อาศัย ภายใต้กรอบวงเงิน 7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 3 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อที่อยู่อาศัย 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีภาคเอกชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างมาก โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย ล่าสุดนายปิยะ ประยงค์ กรรมการผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจแวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า...

นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้มีการบังคับใช้ภายในต้นปี 2560 จากการประเมินผลกระทบเบื้องต้น ทำให้บริษัทต้องทบทวนการขายโครงการให้หมดภายใน 3 ปี จากปัจจุบันโครงการขนาด 20-30 ไร่ใช้เวลาปิดการขายเฉลี่ย 3-3 ปีครึ่ง ทั้งนี้ แนวทางของร่างภาษีที่ดินฯ มีข้อกำหนดสำหรับผู้ประกอบการพัฒนาที่ดิน จะมีการเรียกเก็บภาษีในอัตราผ่อนผันช่วง 3 ปีแรกนับตั้งแต่รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในอัตรา 0.05% หรือล้านละ 500 บาท หลังจากนั้นต้องจัดเก็บในอัตราประเภทพาณิชยกรรม ซึ่งมีฐานภาษีเริ่มต้น 0.5-2% หรือล้านละ 5,000-20,000 บาท มีผลทำให้ต้นทุนพัฒนาโครงการเพิ่มสูงขึ้นทันที ในกรณีนี้ สำหรับผู้ประกอบการรายกลาง-เล็กอาจต้องเพิ่มต้นทุนภาษีที่ดินช่วงที่เกิน 3 ปีแรกไว้ตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ สำรองในกรณีที่ไม่สามารถปิดการขายได้ทันเวลาที่กฎหมายกำหนด ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะสะท้อนเข้าไปอยู่ในราคาสินค้า...

จากรายงานการสำรวจค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่สำนักงานชั้นนำทั่วโลก ฉบับล่าสุด โดยแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก พบว่า กรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในตลาดที่ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานถูกที่สุดในโลก ขณะที่ฮ่องกงขึ้นครองตำแหน่งทำเลที่พื้นที่มีราคาสำนักงานแพงที่สุดในโลก ประเทศในทวีปเอเชียติดอันดับทำเลพื้นที่สำนักงานแพงที่สุดในโลกถึง 7 เมืองจาก 10 อันดับแรก ได้แก่ เมืองต่างๆ ในจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย 10 อันดับตลาดสำนักงานแพงที่สุดในโลกโดยค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในย่านเซ็นทรัลของฮ่องกงเป็นทำเลพื้นที่สำนักงานที่แพงที่สุดในโลก แซงหน้าย่านเวสต์ เอนด์ ของลอนดอน ที่ตกไปอยู่ในอันดับ 2 ตามด้วยย่านไฟแนนซ์สตรีตของกรุงปักกิ่ง ย่านใจกลางธุรกิจหรือซีบีดีของปักกิ่ง และย่านเวสต์ เกาลูน ของฮ่องกง ส่วนเมืองอื่นๆ ในเอเชียที่ติด 10 อันดับแรกยังได้แก่ ย่านมารุโนะอุจิ/โอเตะมาจิของกรุงโตเกียว ย่านคอนนอต เพลส – ซีบีดีของกรุงนิวเดลี และย่านผู่ตงของเซี่ยงไฮ้ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่สำนักงานชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมถึง ค่าเช่า ภาษีท้องถิ่น และค่าบริการสำหรับพื้นที่สำนักงานชั้นนำที่มีคุณภาพดีที่สุดนั้น ปรับตัวสูงขึ้น...

ธนาคารเล็งลดราคาระบาย-หาวิธีโปรโมชันพิเศษทรัพย์แหยงต้นทุนเพิ่มหลังถือครองเกิน 5 ปี /ค่ายกรุงไทยคาดเวอสท์เคสถ้าขายไม่ได้ในปีที่ 6 ต้องจ่ายสูงถึง 400 ล้าน ด้าน “กสิกรไทย-บัวหลวง”โอดแปลงใหญ่ไม่ง่ายบางชิ้นใช้เวลา 2-3 ปี ระหว่างรอร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพ.ศ….ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของ สนช. หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบในหลักการ ( เมื่อ 7 มิ.ย.59) โดยอัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บจริงจะกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาเป็นอัตราก้าวหน้าเพิ่มขึ้นตามมูลค่าของฐานภาษี 4 ประเภท คือ 1.เกษตรกรรม อัตราตั้งแต่ 0-0.1% ของฐานภาษี 2.ที่พักอาศัยหลัก ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไปตั้งแต่ 0.05-0.1% และที่พักอาศัยหลังอื่น ตั้งแต่ 0.03-0.3% ของฐานภาษี 3.ประเภทอื่นๆ ตั้งแต่ 0.3-1.5% ของฐานภาษี 4.ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดินจะจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นทุก 3 ปีโดยในปีที่ 1-3 เก็บในอัตรา1%ของฐานภาษี...

หลังสปีดมาตั้งแต่ ธ.ค. 2555 ล่าสุด "BEM-บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ" ผู้รับสัมปทานเคาะวันที่ 20 ส.ค.นี้ เปิดใช้ทางด่วนสายใหม่ "ศรีรัช-วงแหวนตะวันตก" ระยะทาง 16.7 กม. ที่ใช้เงินลงทุน 32,816 ล้านบาท...

การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทางรางควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ทั้งเชิงพาณิชย์ เชิงที่พักอาศัย หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ (หรือที่เรียกว่า Transit cheap nba jerseys Oriented Development, TOD) เป็นนโยบายทางระบบคมนาคม และ การใช้ที่ดิน (Land use policy) ที่ช่วยในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และ เพิ่มค่าตอบแทนทางการเงินให้กับผู้ลงทุนในระบบรางไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชนเอง ในขณะเดียวกันก็จะเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางโดยโครงข่ายระบบราง โดยดึงกลุ่มกิจกรรม และที่พักอาศัยมาอยู่ภายในรัศมีที่สามารถเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าได้โดยสะดวก มหานครทั่วโลกได้มีการใช้นโยบาย TOD นี้ในการพัฒนาเมืองและระบบรางอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นโตเกียว ฮ่องกง สิงคโปร์ หรือ โซล สำหรับกรุงเทพมหานครนั้นภายใต้แผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าหลากหลายเส้นทางที่มีอยู่ในปัจจุบันถือว่ามีโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับนักพัฒนาเมือง และภาคเอกชนในการพัฒนา TOD ชีวิตเมืองของกรุงเทพฯในอนาคตคงหนีไม่พ้นวิวัฒนาการเช่นเดียวกัน เมืองใหญ่ๆที่กล่าวถึง คือ การเดินทางและพื้นฐานการใช้ชีวิตจะอิงอยู่บนโครงข่ายระบบราง หลักการสำคัญในการพัฒนา TOD ที่มีการปรับใช้อย่างแพร่หลายคือ 3D ประกอบไปด้วย Density...